นโยบายความเป็นส่วนตัว

นโยบายการใช้คุกกี้โดย บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด และ กลุ่มบริษัทในเครือจระเข้ คอร์ปอเรชั่น

เว็บไซต์นี้ให้บริการโดยบริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด และ กลุ่มบริษัทในเครือจระเข้ คอร์ปอเรชั่น (ในที่นี้รวมเรียกว่า “จระเข้” หรือ “เรา” ) เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้และเครื่องมืออื่นเพื่อช่วยแยกแยะรูปแบบการใช้งานเว็บไซต์ของท่านจากผู้ใช้งานอื่นๆซึ่งจะช่วยให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีจากการใช้งานเว็บไซต์ และช่วยให้เราสามารถพัฒนาคุณภาพของเว็บไซต์ให้ดียิ่งขึ้น กรณีที่ท่านใช้งานเว็บไซต์นี้ต่อไป ถือว่าท่านได้ยินยอมให้เราติดตั้งคุกกี้ไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของท่าน”

การทำงานของคุกกี้ ช่วยให้เรารวบรวมและจัดเก็บข้อมูลการเยี่ยมชมเว็บไซต์ของท่านดังต่อไปนี้โดยอัตโนมัติ
อินเตอร์เน็ตโดเมนและ IP Address จากจุดที่ท่านเข้าชม
ประเภทของบราว์เซอร์ซอฟต์แวร์ ตลอดจนโครงสร้างและระบบการปฏิบัติงานที่ใช้ในการเข้าสู่เว็บไซต์
วันที่และเวลาที่ท่านเข้าสู่เว็บไซต์
ที่อยู่ของเว็บไซต์อื่นที่เชื่อมโยงท่านเข้าสู่เว็บไซต์ของเรา

นโยบายการใช้คุกกี้

นโยบายการใช้คุกกี้นี้ จะอธิบายถึงประเภท เหตุผล และลักษณะการใช้คุกกี้ รวมถึงวิธีการจัดการคุกกี้ ของเว็บไซต์ทั้งหมดของบริษัทจระเข้ คอร์ปอชั่น จำกัด โดยในแต่ละเว็บไซต์อาจมีการใช้คุกกี้แตกต่างกันไป โดยท่านสามารถดูรายการคุกกี้ได้ที่หน้าการตั้งค่าคุกกี้ในแต่ละเว็บไซต์ที่ท่านเข้าใช้งาน ดังนี้

1. คุกกี้ (Cookies) คืออะไร ?
คุกกี้ คือ ข้อมูลคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก (text file) ที่จะถูกติดตั้ง หรือบันทึกลงบนคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของท่านเมื่อท่านเข้าชมเว็บไซต์ คุกกี้จะจดจำข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ทั้งนี้ เราจะเรียกเทคโนโลยีอื่นที่ทำหน้าที่คล้ายคลึงกันว่าคุกกี้ด้วย

2. เราใช้ คุกกี้อย่างไรบ้าง ?
เราจะใช้คุกกี้เมื่อท่านได้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเรา โดยการใช้งานคุกกี้ของเราแบ่งออกตามลักษณะของการใช้งานได้ดังนี้

• คุกกี้ที่จำเป็น (Strictly Necessary Cookies)
คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้เว็บไซต์สามารถทำงานได้เป็นปกติ มีความปลอดภัย และทำให้ท่านสามารถเข้าใช้เว็บไซต์ได้ เช่น การ log in เข้าสู่เว็บไซต์ การยืนยันตัวตน
ทั้งนี้ ท่านไม่สามารถปิดการใช้งานของคุกกี้ประเภทนี้ผ่านระบบของเว็บไซต์ของเราได้

• คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์ (Analytic Cookies)
คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน เพื่อให้เราสามารถวัดผล ประเมิน ปรับปรุง และพัฒนาเนื้อหาสินค้า/บริการและเว็บไซต์ของเราเพื่อเพิ่มประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของท่าน
ทั้งนี้ หากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้ประเภทนี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ประเมิน และพัฒนาเว็บไซต์ได้

• คุกกี้เพื่อช่วยในการใช้งาน (Functional Cookies)
คุกกี้ประเภทนี้จะช่วยจดจำข้อมูลคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ท่านใช้เข้าชมเว็บไซต์ ข้อมูลการลงทะเบียนหรือ log in ข้อมูลการตั้งค่าหรือตัวเลือกที่ท่านเคยเลือกไว้บนเว็บไซต์ เช่น ภาษาที่แสดงบนเว็บไซต์ ที่อยู่สำหรับจัดส่งสินค้า เพื่อให้ท่านสามารถใช้งานเว็บไซต์ได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องให้ข้อมูลหรือตั้งค่าใหม่ทุกครั้งที่ท่านเข้าใช้เว็บไซต์
ทั้งนี้ หากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้ประเภทนี้ ท่านอาจใช้งานเว็บไซต์ได้ไม่สะดวกและไม่เต็มประสิทธิภาพ

• คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย (Targeting Cookies)
คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ ซึ่งอาจรวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านและสร้างโปรไฟล์เกี่ยวกับตัวท่าน เพื่อให้เราสามารถวิ เคราะห์และนำเสนอเนื้อหา สินค้า/บริการ และ/หรือ โฆษณาที่เหมาะสมกับความสนใจของท่านได้
ทั้งนี้ หากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้ คุกกี้ประเภทนี้ ท่านอาจได้รับข้อมูลและโฆษณาทั่วไปที่ไม่ตรงกับความสนใจของท่าน

3. การใช้คุกกี้โดยบุคคลที่สาม (Third-Party Cookies)
เว็บไซต์ของเรามีการใช้คุกกี้โดยบุคคลที่สาม ซึ่งลักษณะการใช้งานและการตั้งค่าจะเป็นไปตามคุกกี้ในข้อ 2 โดยท่านจะไม่สามารถเลือกตั้งค่าการใช้งานเฉพาะคุกกี้โดยบุคคลที่สามได้
ทั้งนี้ เราไม่สามารถควบคุมการใช้ข้อมูลของบุคคลที่สามนั้นได้ ท่านสามารถตรวจสอบรายชื่อของบุคคลที่สาม นโยบายความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice) และนโยบายการใช้คุกกี้ของบุคคลที่สาม ซึ่งแตกต่างจากเว็บไซต์ของเราได้ที่เว็บไซต์ของบุคคลที่สามนั้น ๆ

4. การจัดการคุกกี้
ท่านสามารถเลือกตั้งค่าคุกกี้แต่ละประเภท ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น (Strictly Necessary Cookies) ได้ โดย “การตั้งค่าคุกกี้” หรือ การตั้งค่าในเว็บบราวเซอร์ (web browser) เช่น ห้ามการติดตั้งคุกกี้ลงบนอุปกรณ์ของท่าน
ทั้งนี้ การปิดการใช้งานคุกกี้อาจส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้เว็บไซต์ต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เพื่อเป็นการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกฎหมายฉบับแก้ไขเพิ่มเติมใดๆ ในอนาคต (“กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล”) บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (“บริษัท”) จึงจัดทำประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ (“ประกาศ”) เพื่ออธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โดยประกาศฉบับนี้จะครอบคลุมถึงท่านซึ่งเป็น ผู้สมัครงานกับบริษัทและบุคคลที่เกี่ยวข้องกับผู้สมัครงาน

นิยาม

“ข้อมูลส่วนบุคคล”

หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลธรรมดาซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ไม่ว่าทางตรงหรือ ทางอ้อมแต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ

“ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว”

หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพหรือข้อมูลอื่นใดซึ่งอาจก่อให้เกิดการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหรือกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกันตามที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด

“ฐานทางกฎหมาย”

หมายถึง เหตุที่กฎหมายรองรับให้สามารถเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลได้ทั้งนี้ภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

“ผู้สมัครงาน”

หมายถึง บุคคลธรรมดาซึ่งแสดงความประสงค์จะเข้ารับการคัดเลือกหรือสัมภาษณ์งาน เพื่อทำสัญญากับบริษัทเป็นพนักงานประจำ พนักงานชั่วคราว รวมถึงพนักงานรับเหมาค่าแรง หรือบุคลากรในตำแหน่งอื่นใดที่ทำงานหรือปฏิบัติหน้าที่ใด ๆ ให้กับบริษัท และได้รับค่าจ้าง สวัสดิการ และค่าตอบแทนอื่น ไม่ว่าจะเรียกชื่ออย่างไรเพื่อตอบแทนการทำงาน ทั้งนี้ ไม่ว่าจะแสดงความประสงค์ด้วยตนเองมายังบริษัทโดยตรง หรือผ่านการดำเนินการของบริษัทจัดหางานภายนอก หรือองค์กรภายนอกอื่นใด

“ผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้สมัครงาน”

หมายถึง บุคคลอื่นซึ่งผู้สมัครงานได้ให้ข้อมูลไว้กับบริษัท รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง บุคคลซึ่งผู้สมัครงานได้อ้างอิงไว้ในเอกสารสมัครงาน สมาชิกในครอบครัวของผู้สมัครงาน บุคคลที่สามารถติดต่อได้ในกรณีฉุกเฉิน เป็นต้น

ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวม

บริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามที่ระบุในประกาศฉบับนี้ทั้งหมดหรือบางส่วน ทั้งนี้ ตามความจำเป็นเพื่อการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ต่างๆ ของบริษัท
ที่แจ้งในประกาศฉบับนี้

ข้อมูลระบุตัวตนและข้อมูลติดต่อทั่วไป

ได้แก่ คำนำหน้า ชื่อ ชื่อสกุล อายุ เพศ วันเดือนปีเกิด สัญชาติ อาชีพ ที่อยู่ปัจจุบันหรือที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน รูปภาพ ลายมือชื่อ สถานะการสมรส สถานะครอบครัว หมายเลขโทรศัพท์ อีเมลส่วนตัว เป็นต้น

ข้อมูลตามเอกสารอ้างอิง

ได้แก่ ข้อมูลตามประวัติการสมัครงาน (Curriculum Vitae / Resume) ข้อมูลในใบสมัครงาน ข้อมูลเอกสารอื่น ๆ (เช่น กรณีมีการแนบเอกสารเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งงานที่สมัคร) เป็นต้น

ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลอ้างอิงหรือติดต่อฉุกเฉิน

ได้แก่ คำนำหน้า ชื่อ ชื่อสกุล ความสัมพันธ์กับผู้สมัคร อาชีพ/ตำแหน่ง ที่อยู่ สถานที่ทำงาน ข้อมูลติดต่อ ของบุคคลอ้างอิง/ติดต่อฉุกเฉิน เป็นต้น

ข้อมูลเกี่ยวกับการศึกษาและการฝึกอบรม

ได้แก่ ประวัติการศึกษาและการฝึกอบรม หนังสือรับรองคุณวุฒิ ใบแสดงผลการศึกษาความสามารถด้านภาษา ข้อมูลการอบรมและการทดสอบ กิจกรรมที่เข้าร่วมระหว่างศึกษา เป็นต้น

ข้อมูลเกี่ยวกับการทำงาน

ได้แก่ ทักษะในการทำงาน ทักษะภาษา ความรู้พิเศษ ประสบการณ์และประวัติการทำงาน สถานที่ทำงานเก่า และปัจจุบัน ระยะเวลาการทำงานในอดีตถึงปัจจุบัน ตำแหน่งงานและเงินเดือนที่ต้องการ วันที่สมัครงาน เป็นต้น

ข้อมูลการประเมินผลการสัมภาษณ์งานโดยบริษัท

ได้แก่ ผลการประเมินทักษะ ข้อคิดเห็นต่อตัวผู้สมัคร ผลการสัมภาษณ์ เป็นต้น

ข้อมูลโทรทัศน์วงจรปิด

ได้แก่ ภาพเคลื่อนไหวหรือภาพนิ่งที่บันทึกด้วยกล้องโทรทัศน์วงจรปิดของบริษัท

ข้อมูลที่ใช้ประกอบเป็นหลักฐานในการสมัครงาน

ได้แก่ ข้อมูลที่ปรากฏในสำเนาบัตรประชาชน สำเนาหนังสือเดินทาง สำเนาใบขับขี่ สำเนาใบสำคัญการผ่าน เกณฑ์ทหาร สำเนาหนังสือรับรองการทำงาน สำเนาหนังสือรับรองเงินเดือน สำเนาสลิปเงินเดือน ข้อมูลทะเบียนบ้าน สำเนาหลักฐานการเปลี่ยนชื่อ และเอกสารที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น

ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว

ได้แก่ ศาสนา ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ เช่น น้ำหนักและส่วนสูง โรคประจำตัว ผลการตรวจสุขภาพ (ใบรับรองแพทย์) อุณหภูมิร่างกาย ความพิการ เป็นต้น

หมายเหตุ กรณีที่ท่านให้รายละเอียดของบุคคลที่สามอื่นใด หรือกรณีข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่สามปรากฏในเอกสารต่าง ๆ ที่บริษัทเก็บ รวบรวมจากท่านตามประกาศฉบับนี้ ท่านมีหน้าที่ต้องแจ้งให้บุคคลที่สามดังกล่าวทราบถึงกรณีที่ท่านนำข้อมูลของบุคคลดังกล่าวมาเปิดเผย ต่อบริษัท รวมถึงแจ้งรายละเอียดในประกาศฉบับนี้ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลดังกล่าว

แหล่งที่มาของข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากแหล่งที่มาทั้งโดยทางตรงและทางอ้อมดังต่อไปนี้

จากตัวท่านเองโดยตรง

โดยผ่านช่องทางใดช่องทางหนึ่งดังต่อไปนี้
  • ผ่านทางวาจา ได้แก่ กรณีการพูดคุยต่อหน้า หรือทางโทรศัพท์ เป็นต้น
  • ผ่านทางเอกสาร ได้แก่ แบบฟอร์มใบสมัครงาน จดหมายแนะนำตัว ประวัติย่อการทำงาน (Curriculum Vitae / Resume) หรือเอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการสมัครงานของบริษัท เป็นต้น
  • ผ่านทางช่องทางการติดต่ออื่น ได้แก่ อีเมล โทรสาร ช่องทางการติดต่อออนไลน์ เช่น เว็บไซต์จัดหางานที่ท่านได้ให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้สำหรับการสมัครงานในตำแหน่งที่บริษัทเปิดรับสมัคร เว็บไซต์ของบริษัท หน้า Facebook ของบริษัท เป็นต้น

จากแหล่งอื่นๆ หรือ บุคคลที่สาม

  • ได้แก่ บุคลากรของบริษัทที่ท่านได้ฝากให้ช่วยเหลือในการติดต่อประสานงานเรื่องการสมัครงานของท่าน องค์กรนายหน้าจัดหางาน บุคคลที่ท่านได้อ้างอิงในใบสมัครงานเพื่อสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานของท่าน หรือองค์กรอื่นที่ท่านได้เคยหรือได้ทำงานให้ องค์กรของรัฐ เป็นต้น
  • ได้แก่ ผู้สมัครงานกับบริษัทซึ่งมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับท่าน

วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อนำไปใช้และ/หรือเปิดเผยภายใต้วัตถุประสงค์และโดยอาศัยฐานทางกฎหมายตามที่ปรากฏ ในประกาศฉบับนี้เท่านั้น หากบริษัทมีความจำเป็นต้องเก็บข้อมูลส่วนบุคคลเพิ่มเติมหรือใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์อื่นใดนอกเหนือจากที่ปรากฏในประกาศนี้ บริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบถึงการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านและ/หรือแจ้งให้ทราบถึงวัตถุประสงค์ใหม่ในการเก็บรวบรวมข้อมูลดังกล่าวอีกครั้ง รวมถึงบริษัทจะขอความยินยอมจากท่านในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลใหม่ในกรณีที่กฎหมายกำหนดให้บริษัทต้องได้รับความยินยอม ตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัครงาน

เพื่อเป็นการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกฎหมายฉบับแก้ไข เพิ่มเติมใด ๆ ในอนาคต (“กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล”) บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (“บริษัท”) จึงจัดทำประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ (“ประกาศ”) เพื่ออธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โดยประกาศฉบับนี้จะครอบคลุมถึงท่านซึ่งเป็น ลูกค้าของบริษัท และผู้ที่เกี่ยวข้องกับลูกค้าของบริษัทรวมถึงกรรมการ ผู้ถือหุ้น พนักงาน ตัวแทนหรือบุคคลอื่นใดที่กระทำการแทนหรือ ในนามลูกค้าของบริษัท

นิยาม

“ข้อมูลส่วนบุคคล”

หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลธรรมดาซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ

“ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว”

หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพหรือข้อมูลอื่นใดซึ่งอาจก่อให้เกิดการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหรือกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกันตามที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด

“ฐานทางกฎหมาย”

หมายถึง เหตุที่กฎหมายรองรับให้สามารถเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลได้ ทั้งนี้ ภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

“ลูกค้า”

หมายถึง บุคคลที่ซื้อหรืออาจจะซื้อสินค้าและ/หรือใช้บริการของบริษัท หรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน เช่น ผู้ที่ติดต่อเพื่อขอรับข้อมูลหรือขอรับบริการจากบริษัท เป็นต้น

“ผู้ที่เกี่ยวข้องกับลูกค้า”

หมายถึง บุคคลธรรมดาที่เกี่ยวข้องหรือเป็นตัวแทนของลูกค้า เช่น ผู้บริหาร กรรมการ ผู้ถือหุ้น พนักงาน ตัวแทน หรือบุคคลธรรมดาอื่นใดที่กระทำการแทนหรือในนามลูกค้าของบริษัท

ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวม

บริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามที่ระบุในประกาศฉบับนี้ทั้งหมดหรือบางส่วน ทั้งนี้ ตามความจำเป็นเพื่อการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ต่างๆ ของบริษัทที่แจ้งในประกาศฉบับนี้

ข้อมูลระบุตัวตน

ได้แก่ คำนำหน้า ชื่อ ชื่อสกุล รูปภาพ หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน หมายเลขหนังสือเดินทาง หมายเลขบัญชีธนาคาร ลายมือชื่อ เป็นต้น

ข้อมูลการติดต่อ

ได้แก่ ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ส่วนตัว อีเมล์ส่วนตัว ID Line Facebook และข้อมูลบุคคลที่สามารถติดต่อได้ เป็นต้น

ข้อมูลเกี่ยวกับการทำงาน

ได้แก่ ตำแหน่งงาน แผนกที่สังกัด สถานที่ทำงาน อีเมลของสำนักงานซึ่งระบุชื่อของท่าน เป็นต้น

ข้อมูลตามเอกสารแนบ

ได้แก่ นามบัตร สำเนาบัตรประชาชน สำเนาหนังสือเดินทาง สำเนาบัตรจำตัวผู้เสียภาษี ใบสั่งซื้อ ใบเสนอราคา หนังสือรับรอง ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและเอกสารอื่นๆ เป็นต้น

ข้อมูลอื่นๆ

ได้แก่ ภาพถ่ายกิจกรรมบริษัท บันทึกภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวผ่านกล้องวงจรปิด (CCTV) วันและเวลาการเข้าติดต่อบริษัท ข้อมูลแสดงความเห็น หรือความสนใจต่อสินค้าหรือบริการ พฤติกรรมการซื้อสินค้า ความพึงพอใจต่อสินค้า หรือบริการ เป็นต้น

ข้อมูลส่วนบุคคลที่มี ความอ่อนไหว

ได้แก่ ศาสนา ซึ่งปรากฏบนสำเนาบัตรประชาชน เป็นต้น

ข้อมูลโทรทัศน์วงจรปิด

ได้แก่ ภาพเคลื่อนไหวหรือภาพนิ่งที่บันทึกด้วยกล้องโทรทัศน์วงจรปิดของบริษัท

แหล่งที่มาของข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากแหล่งที่มาทั้งโดยทางตรงและทางอ้อมดังต่อไปนี้

จากตัวท่านเองโดยตรง

โดยผ่านช่องทางใดช่องทางหนึ่งดังต่อไปนี้

  • ผ่านทางวาจา ได้แก่ กรณีการพูดคุยต่อหน้า หรือทางโทรศัพท์ เป็นต้น
  • ผ่านทางเอกสาร ได้แก่ นามบัตร เอกสารสัญญา เอกสารข้อตกลง หนังสือรับรองบริษัท ใบเสนอราคา ใบสั่งซื้อ แบบฟอร์ม หรือเอกสารอื่นๆ เป็นต้น
  • ผ่านทางช่องทางการติดต่ออื่น ได้แก่ อีเมล เครือข่ายออนไลน์ เป็นต้น

จากแหล่งอื่นๆ หรือ บุคคลที่สาม

  • จากแหล่งอื่นหรือจากบุคคลที่สาม ได้แก่ นิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดาซึ่งเป็นนายจ้างหรือผู้ว่าจ้างของท่าน ผู้จำหน่ายสินค้า/ผู้ให้บริหาร หรือคู่ค้าทางธุรกิจของบริษัท เว็บไซต์ที่ให้ข้อมูลธุรกิจ หรือเครื่องมือค้นหาข้อมูลสำหรับการติดต่อธุรกิจ ธนาคาร หน่วยงานของรัฐ เป็นต้น
  • จากแหล่งการติดต่อสื่อสาร สอบถามข้อมูล ให้ความเห็น หรือคำติชมแก่บริษัทของท่าน รวมไปถึงจากการ แสดงเจตนาเพื่อซื้อสินค้าหรือใช้บริการจากบริษัทของท่าน การเข้าทำสัญญากับบริษัท หรือการส่งมอบเอกสารต่างๆ เป็นต้น

วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อนำไปใช้และ/หรือเปิดเผยภายใต้วัตถุประสงค์และโดยอาศัยฐานทางกฎหมายตามที่ปรากฎในประกาศฉบับนี้เท่านั้น หากบริษัทมีความจำเป็นต้องเก็บข้อมูลส่วนบุคคลเพิ่มเติมหรือใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์อย่างอื่นนอกเหนือจากที่ปรากฏในประกาศนี้ บริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบถึงการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านและ/หรือแจ้งให้ทราบถึงวัตถุประสงค์ใหม่ในการเก็บรวบรวมข้อมูลดังกล่าวอีก ครั้ง รวมถึงบริษัทจะขอความยินยอมจากท่านในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลใหม่ในกรณีที่กฎหมายกำหนดให้บริษัทต้องได้รับความยินยอม ภายใต้หลักเกณฑ์ของกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัครงาน

วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม
ฐานทางกฎหมาย
1.การติดต่อสื่อสารและดำเนินการต่างๆ เพื่อเจรจาก่อนการเข้าทำ สัญญากับท่าน หรือบุคคลหรือนิติบุคคลที่ท่านกระทำการแทน หรือกระทำการในนามหรือเป็นลูกจ้าง เช่น การนัดประชุม การ ทำใบเสนอราคา การเจรจาเพื่อเข้าทำสัญญา และการตกลง ขอบเขตของข้อสัญญา
ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป
- เพื่อการปฏิบัติตามสัญญาหรือเข้าทำสัญญา (กรณีที่ท่าน เป็นผู้เข้าทำสัญญาโดยตรง)
- เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทและลูกค้า (กรณีที่ท่านกระทำการแทนหรือในนามของลูกค้า)
ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว
- ขอความยินยอมโดยชัดแจ้ง
2. การเข้าทำสัญญาและการปฏิบัติตามสัญญา เช่น การติดต่อ สื่อสารงาน การดำเนินการตามคำสั่งซื้อสินค้า /บริการ การให้บริการตามสัญญา การจัดส่งสินค้า การติดตามผล ของการให้บริการ เป็นต้น รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลของท่าน ให้แก่บุคคลภายในที่เกี่ยวข้อง เช่น ผู้ให้บริการขนส่งสินค้า ผู้รับเหมา ผู้ให้บริการหรือผู้เชี่ยวชาญภายนอกเพื่อการดำเนินการ ให้บริการตามสัญญาหรือแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นแก่สินค้าและ บริการ รวมถึงการดำเนินการแก้ปัญหาอันเกี่ยวกับกระบวนการ การผลิตสินค้า . ทั้งนี้ วัตถุประสงค์การเก็บรวบรวมและเปิดเผยจะขึ้นอยู่กับประเภท ของสินค้าและบริการที่ลูกค้าได้รับจากบริษัท การเข้าทำสัญญา และการปฏิบัติตามสัญญาในข้อนี้ ให้รวมถึงการติดต่อ ประสานงานกับท่านในเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวกับสัญญาด้วย เช่น การขอเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขและรายละเอียดอื่นๆ ในสัญญา การต่ออายุสัญญา
ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป
- เพื่อการปฏิบัติตามสัญญา (กรณีที่ท่านเป็นคู่สัญญาโดยตรง) - เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทและลูกค้า (กรณีที่ท่านกระทำการแทนหรือในนามของคู่ค้า) ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว
-ขอความยินยอมโดยชัดแจ้ง
3. การดำเนินการเกี่ยวกับการบริการลูกค้าสัมพันธ์ เช่น การรับเรื่อง ร้องเรียน การประเมินผล การสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับสินค้า เพื่อพัฒนาการตรวจสอบให้บริการของบริษัท เป็นต้น
ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป
เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท
4. การเรียกเก็บค่าสินค้า หรือบริการ การออกใบเสร็จรับเงิน การดำเนินการใดๆ เพื่อติดตามทวงหนี้ กรณีที่ลูกค้าของบริษัท ผิดนัดชำระค่าสินค้าและบริการ
ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป
- เพื่อการปฏิบัติตามสัญญา (กรณีที่ท่านเป็นคู่สัญญาโดยตรง) - เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท และลูกค้า (กรณีที่ท่านกระทำการแทนหรือในนามของลูกค้า) ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว
- ขอความยินยอมโดยชัดแจ้ง
5. จัดการเกี่ยวกับองค์กรและการดำเนินธุรกิจของบริษัท เช่น การจัดการด้านระบบและฐานข้อมูล การขออนุญาตประกอบ กิจการกับหน่วยงานรัฐ การสอบบัญชี การตรวจสอบภายใน การขอคำปรึกษาจากที่ปรึกษาทางธุรกิจ การเปิดเผยข้อมูล ของท่านแก่สถาบันการเงิน เพื่อขอสินเชื่อของบริษัท การซื้อ ขายกิจการ การควบรวมกิจการ การปรับเปลี่ยนโครงสร้าง องค์กร
ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป
- เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท - เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายที่ใช้บังคับกับบริษัท
6. การปฏิบัติตามกฎหมายที่ใช้บังคับกับบริษัท เช่น การออก ใบกำกับภาษี การจัดเก็บและการเปิดเผยข้อมูลทางบัญชีให้แก่ ผู้ตรวจสอบบัญชี และหน่วยงานของรัฐตามกฎหมายและคำสั่ง ของผู้มีอำนาจ
ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายที่ใช้บังคับกับบริษัท
7. การเก็บข้อมูลการติดต่อสื่อสารของท่านต่อไปบนฐานข้อมูล บริษัทเพื่อการติดต่อทางธุรกิจในอนาคต รวมถึงการเปิดเผย ข้อมูลของท่านให้แก่ บริษัทในเครือ เพื่อการติดต่อ และสาน สัมพันธ์เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจในอนาคต
ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป - เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท
8. การรักษาความปลอดภัยภายในบริเวณบริษัท เช่น การสอดส่อง ดูแลบริเวณภายในบริษัทด้วยกล้องโทรทัศน์วงจรปิด เป็นต้น
ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท
9. การวิเคราะห์พฤติกรรมการซื้อสินค้าหรือบริการ และสำรวจ ความพึงพอใจต่อการให้บริการเพื่อออกแบบกิจกรรมส่งเสริม การขายหรือปรับปรุงการให้บริการ
ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป
- ขอความยินยอม
ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว - ขอความยินยอมโดยชัดแจ้ง
10. การปกป้องสิทธิโดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท หรือ โต้แย้ง ข้อกล่าวหาที่มีผลต่อบริษัท เช่น การดำเนินตามกฎหมาย การ ริเริ่มคดี การต่อสู้คดี การระงับข้อพิพาทนอกศาล และการ ดำเนินการอื่นๆ เพื่อปกป้องสิทธิโดยชอบด้วยกฎหมายของ บริษัท หรือโต้แย้งข้อกล่าวหาที่มีต่อบริษัทตามที่มีกฎหมาย อนุญาต
ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตาม หรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้ สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย

ผลกระทบจากการไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อติดต่อสื่อสารในการเข้าทำสัญญาหรือดำเนินการต่าง ๆ ให้เป็นไปตามสัญญาที่มีกับท่านหรือบุคคลหรือ นิติบุคคลที่ท่านกระทำการแทนหรือกระทำการในนามหรือเป็นลูกจ้าง รวมถึงเพื่อปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งในกรณีที่ท่านไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บริษัท ท่านหรือบุคคลหรือนิติบุคคลที่ท่านกระทำการแทนหรือกระทำการในนามหรือเป็นลูกจ้างอาจไม่ได้รับความสะดวกในการติดต่อสื่อสารเพื่อทำสัญญาหรือปฏิบัติตามสัญญาได้ ในบางกรณีอาจส่งผลให้บริษัทไม่สามารถเข้าผูกพันหรือปฏิบัติตามสัญญากับท่านหรือบุคคลหรือนิติบุคคลที่ท่านกระทำการแทนหรือกระทำการในนามหรือเป็นลูกจ้างได้ นอกจากนี้อาจทำให้ท่านหรือบุคคลหรือนิติบุคคลที่ท่านกระทำการแทนหรือกระทำการในนามหรือเป็นลูกจ้างอยู่ในฐานะที่ไม่สามารถปฏิบัติตามกฎหมายที่ใช้บังคับได้ในบางกรณี

การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล และการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลทั้งในประเทศและต่างประเทศ

เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่ระบุไว้ในประกาศฉบับนี้ ในบางกรณี บริษัทอาจมีความจำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูล ส่วนบุคคลของท่านแก่บุคคลหรือองค์กรใด ๆ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงบุคคลหรือองค์กรดังต่อไปนี้

  • บุคคลหรือหน่วยงานต่างๆ ภายในบริษัทฯ ทั้งนี้ ให้หมายความรวมถึงผู้บริหาร หัวหน้างาน พนักงาน ลูกจ้าง และ/หรือบุคลากร ภายในของบริษัทดังกล่าวเท่าที่เกี่ยวข้อง และตามความจำเป็นเพื่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
  • ผู้ให้บริการและตัวแทนที่บริษัทว่าจ้าง เช่น ผู้สอบบัญชี ที่ปรึกษากฎหมาย ที่ปรึกษาทางธุรกิจ หรือที่ปรึกษาที่มีความเชี่ยวชาญอื่น ภายนอกบริษัท ผู้ให้บริการขนส่ง ผู้รับเหมาช่วง เป็นต้น
  • บริษัทอื่นๆ ที่อยู่ในกลุ่มในเครือ คู่ค้าทางธุรกิจ และผู้ให้บริการภายนอกและตัวแทนที่บริษัทดังกล่าวว่าจ้าง
  • หน่วยงานของรัฐ เช่น กรมสรรพากร สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน เป็นต้น
  • ธนาคารพาณิชย์ ธนาคารแห่งประเทศไทย
  • พนักงานตำรวจ ศาล อนุญาโตตุลาการ ทนายความ บุคคลหรือหน่วยงานใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการพิจารณาคดีและการระงับข้อพิพาท
  • บุคคลที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายกิจการ การควบรวมกิจการ การปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์กร

 

ในบางกรณี บริษัทอาจมีความจำเป็นต้องส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศให้แก่บริษัทในกลุ่มในเครืออื่นใดที่อยู่ใน ต่างประเทศเพื่อวัตถุประสงค์ที่ระบุข้างต้นด้วย โดยบริษัทจะตรวจสอบให้มั่นใจว่าประเทศปลายทางมีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอและเป็นไปตามกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ขณะนั้นกำหนด หากบริษัทจำเป็นต้องส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังประเทศที่มีมาตรฐานคุ้มครองส่วนบุคคลที่ยังไม่ได้รับการรองรับตามกฎหมายหรือกรณียังไม่มีกฎหมายกำหนดรับรองเรื่องมาตรฐานดังกล่าว บริษัทจะปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดไว้ เพื่อให้การส่งหรือโอนดังกล่าวเป็นไปโดยชอบ ซึ่งอาจรวมถึงการขอความยินยอมจากท่านในกรณีที่จำเป็น หรือการจัดการให้มีมาตรการต่างๆ ที่เหมาะสม เพื่อให้ท่านยังคงสามารถบังคับตามสิทธิของท่านได้ รวมทั้งจัดให้มีมาตรการเยียวยาทางกฎหมายที่มีประสิทธิภาพตามที่กฎหมายกำหนด

ระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทฯ จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี นับแต่วันที่นิติสัมพันธ์ระหว่างท่านหรือบุคคลที่ท่านกระทำการแทนกับบริษัท สิ้นสุดลง ในกรณีที่บริษัทเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านแต่ไม่ได้เข้าผูกนิติสัมพันธ์กับท่านหรือบุคคลที่ท่านกระทำการแทน บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นระยะเวลาไม่เกิน 2 ปี

ทั้งนี้ ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวทั้งหมดหรือบางส่วนอาจถูกเก็บรักษาเกินกว่าระยะเวลาที่ระบุไว้ข้างต้นสำหรับการนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์เพื่อ การปฏิบัติตามกฎหมายที่ใช้บังคับ และการปกป้องสิทธิโดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท หรือโต้แย้งข้อกล่าวหาที่มีต่อบริษัท โดยในกรณีดังกล่าว ข้อมูลส่วนบุคคลจะถูกเก็บรักษาตลอดระยะเวลาที่มีความจำเป็นต่อการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ดังกล่าว และหรือภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด

ท่านมีสิทธิตามกฎหมายในการดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทเก็บรวบรวมไว้ ดังนี้

  • สิทธิเพิกถอนความยินยอม ท่านมีสิทธิเพิกถอนความยินยอมให้เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมไว้ทั้งหมดหรือบางส่วนได้ตลอดระยะเวลาที่บริษัทเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลนั้นไว้ โดยการเพิกถอนความยินยอมจะไม่ส่งผลกระทบต่อความถูกต้องสมบูรณ์ของการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้กระทำก่อนที่จะมีการเพิกถอนความยินยอมนั้น
  • สิทธิขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิในการขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลและขอให้บริษัททำสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ รวมถึงขอให้บริษัทเปิดเผยการ ได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านไม่ได้ให้ความยินยอมต่อบริษัทให้แก่ท่านได้
  • สิทธิร้องขอให้โอนหรือส่งข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลอื่นหรือตัวท่านเองได้ภายใต้เงื่อนไขของกฎหมาย
  • สิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทได้ภายใต้เงื่อนไขของกฎหมาย
  • สิทธิร้องขอให้ลบข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลกลายเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ตามเงื่อนไขของกฎหมาย
  • สิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลได้ตามเงื่อนไขของกฎหมาย
  • สิทธิในการขอให้แก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง ท่านมีสิทธิในการขอให้บริษัทแก้ไขข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง หรือเพิ่มเติมข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์ได้
  • สิทธิในการร้องเรียน ท่านมีสิทธิในการร้องเรียนต่อคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในกรณีที่บริษัทหรือพนักงานหรือผู้รับจ้าง ของบริษัท ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ทั้งนี้ ท่านสามารถแจ้งการใช้สิทธิดังกล่าวแก่บริษัทได้โดยแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรตามข้อมูลการติดต่อของบริษัทซึ่งอยู่ด้านล่างนี้ ในกรณีที่บริษัท ไม่อาจทำตามคำขอของท่านได้ บริษัทจะอธิบายเหตุผลของการปฏิเสธไปพร้อมกับคำตอบสนองดังกล่าว

แบบฟอร์มส่งคำร้อง คลิกที่นี่ ท่านสามารถส่งคำร้องพร้อมกับเอกสารเพิ่มเติมมาที่ บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เลขที่ 10 ถนนกรุงเทพกรีฑา แขวงทับช้าง เขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร รหัสไปรษณีย์ 10250

Email : info@jorakay.com

การเปลี่ยนแปลงความเป็นส่วนตัว

บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไขปรับปรุงประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ตามสมควร โดยประกาศฉบับนี้ได้รับการแก้ไขปรับปรุงครั้งล่าสุด ในวันที่ 30 มีนาคม 2566

ข้อมูลและช่องทางการติดต่อของบริษัท

บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด
เลขที่ 10 ถนนกรุงเทพกรีฑา แขวงทับช้าง เขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร รหัสไปรษณีย์ 10250
โทรศัพท์ 02-7201000 Email : info@jorakay.com
( เวลาทำการ จันทร์-ศุกร์ 08.00 – 17.00 น. )

เพื่อเป็นการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกฎหมายฉบับแก้ไขเพิ่มเติมใดๆ ในอนาคต (“กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล”) บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (“บริษัท”) จึงจัดทำประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ (“ประกาศ”) เพื่ออธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โดยประกาศฉบับนี้จะครอบคลุมถึงท่านซึ่งเป็น คู่ค้าของบริษัทและผู้ที่เกี่ยวข้องกับคู่ค้าของบริษัท รวมถึงกรรมการ ผู้ถือหุ้น พนักงาน ตัวแทนหรือบุคคลอื่นใดที่กระทำการแทนหรือในนามคู่ค้าของบริษัท

นิยาม

“ข้อมูลส่วนบุคคล”

หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลธรรมดาซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ

“ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว”

หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพหรือข้อมูลอื่นใดซึ่งอาจก่อให้เกิดการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหรือกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกันตามที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด

“ฐานทางกฎหมาย”

หมายถึง เหตุที่กฎหมายรองรับให้สามารถเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลได้ ทั้งนี้ ภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

“คู่ค้า”

หมายถึง บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่ขายหรืออาจจะเสนอขายสินค้าและ/หรือบริการแก่บริษัท หรือได้ลงทะเบียนเป็นคู่ค้ากับบริษัท หรือมีความสัมพันธ์อื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน

“ผู้ที่เกี่ยวข้องกับคู่ค้า”

หมายถึง บุคคลธรรมดาที่เกี่ยวข้องหรือเป็นตัวแทนของคู่ค้า เช่น ผู้บริหาร กรรมการ ผู้ถือหุ้น พนักงาน ตัวแทนหรือบุคคลธรรมดาอื่นใดที่กระทำการแทนหรือในนามคู่ค้าของบริษัท

ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวม

บริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามที่ระบุในประกาศฉบับนี้ทั้งหมดหรือบางส่วน ทั้งนี้ ตามความจำเป็นเพื่อการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ต่างๆ ของบริษัทที่แจ้งในประกาศฉบับนี้

ข้อมูลระบุตัวตน

ได้แก่ คำนำหน้า ชื่อ ชื่อสกุล รูปภาพ หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน หมายเลขหนังสือเดินทาง หมายเลขบัญชีธนาคาร ลายมือชื่อ เป็นต้น

ข้อมูลการติดต่อ

ได้แก่ ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ส่วนตัว อีเมล์ส่วนตัว ID Line และข้อมูลบุคคลที่สามารถติดต่อได้ เป็นต้น

ข้อมูลเกี่ยวกับการทำงาน

ได้แก่ ตำแหน่งงาน แผนกที่สังกัด สถานที่ทำงาน อีเมลของสำนักงานซึ่งระบุชื่อของท่าน เป็นต้น

ข้อมูลตามเอกสารแนบ

ได้แก่ นามบัตร สำเนาบัตรประชาชน สำเนาหนังสือเดินทาง สำเนาบัญชีธนาคาร สำเนาบัตรจำตัวผู้เสียภาษี ใบสั่งซื้อ ใบเสนอราคา และเอกสารอื่นๆ เป็นต้น

ข้อมูลอื่นๆ

ได้แก่ ภาพถ่ายกิจกรรมบริษัท บันทึกภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวผ่านกล้องวงจรปิด (CCTV) วันและเวลาการเข้าติดต่อบริษัท เป็นต้น

ข้อมูลส่วนบุคคลที่มี ความอ่อนไหว

ได้แก่ ศาสนา ซึ่งปรากฏบนสำเนาบัตรประชาชน เป็นต้น

แหล่งที่มาของข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากแหล่งที่มาทั้งโดยทางตรงและทางอ้อมดังต่อไปนี้

จากตัวท่านเองโดยตรง

โดยผ่านช่องทางใดช่องทางหนึ่งดังต่อไปนี้

  • ผ่านทางวาจา ได้แก่ กรณีการพูดคุยต่อหน้า หรือทางโทรศัพท์ เป็นต้น
  • ผ่านทางเอกสาร ได้แก่ นามบัตร เอกสารสัญญา เอกสารข้อตกลง หนังสือรับรองบริษัท ใบเสนอราคา ใบสั่งซื้อ แบบฟอร์ม หรือเอกสารอื่นๆ เป็นต้น
  • ได้แก่ นายจ้างหรือผู้ว่าจ้างของท่าน ผู้เสนอแนะบริการหรือสินค้าของท่านให้กับบริษัท คู่ค้าทางธุรกิจของบริษัท ธนาคาร หน่วยงานของรัฐ แหล่งข้อมูลสาธารณะ (เช่น เว็บไซต์) เป็นต้น

จากแหล่งอื่นๆ หรือ บุคคลที่สาม

  • ได้แก่ นายจ้างหรือผู้ว่าจ้างของท่าน ผู้เสนอแนะบริการหรือสินค้าของท่านให้กับบริษัท คู่ค้าทางธุรกิจของบริษัท ธนาคาร หน่วยงานของรัฐ แหล่งข้อมูลสาธารณะ (เช่น เว็บไซต์) เป็นต้น

วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อนำไปใช้และ/หรือเปิดเผยภายใต้วัตถุประสงค์และโดยอาศัยฐานทางกฎหมายตามที่ปรากฎในประกาศฉบับนี้เท่านั้น หากบริษัทมีความจำเป็นต้องเก็บข้อมูลส่วนบุคคลเพิ่มเติมหรือใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์อย่างอื่นนอกเหนือจากที่ปรากฏในประกาศนี้ บริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบถึงการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านและ/หรือแจ้งให้ทราบถึงวัตถุประสงค์ใหม่ในการเก็บรวบรวมข้อมูลดังกล่าวอีกครั้ง รวมถึงบริษัทอาจขอความยินยอมจากท่านในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลใหม่ในกรณีที่กฎหมายกำหนดให้บริษัทต้องได้รับความยินยอม ตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัครงาน

วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม
ฐานทางกฎหมาย
1.การติดต่อสื่อสารและดำเนินการต่างๆ เพื่อเจรจาก่อนการเข้าทำสัญญากับ ท่าน หรือบุคคลหรือนิติบุคคลที่ท่านกระทำการแทนหรือกระทำการใน นามหรือเป็นลูกจ้าง เช่น การนัดประชุม การทำคำสั่งซื้อก่อนเข้าทำสัญญา การเจรจาเพื่อเข้าทำสัญญา และการตกลงขอบเขตของข้อสัญญา การตรวจสอบและการลงทะเบียนคู่ค้าในฐานข้อมูลบริษัท รวมไปถึง การพิจารณาคุณสมบัติคู่ค้าตามนโยบายบริษัท
ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป เพื่อการปฏิบัติตามสัญญาหรือเข้าทำสัญญา (กรณีที่ท่านเป็นผู้เข้าทำสัญญาโดยตรง) เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทและคู่ค้า (กรณีที่ท่านกระทำการแทนหรือในนามของคู่ค้า) ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว ขอความยินยอมโดยชัดแจ้ง
2. การเข้าทำสัญญาและการปฏิบัติตามสัญญา เช่น การติดต่อสื่อสารงาน การติดตามสินค้าที่สั่งซื้อหรือบริการที่ร้องขอ การดำเนินการเพื่อส่ง และรับสินค้าหรือบริการ (โดยบริษัทหรือลูกค้าของบริษัท) การขอเปลี่ยน และส่งสินค้าคืน การชำระค่าสินค้าหรือบริการ ทั้งนี้ วัตถุประสงค์ การเก็บรวบรวมและเปิดเผย จะขึ้นอยู่กับประเภทของสินค้าและบริการ ที่บริษัทได้รับจากคู่ค้าแต่ละราย การเข้าทำสัญญาและการปฏิบัติตามสัญญาในข้อนี้ ให้รวมถึงการติดต่อ ประสานงานกับท่านในเรืองอื่นๆ ที่เกี่ยวกับสัญญาด้วย เช่น การขอ เปลี่ยนแปลงเงื่อนไข และรายละเอียดอื่นๆ ในสัญญาการต่ออายุสัญญา
ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป เพื่อการปฏิบัติตามสัญญา (กรณีที่ท่านเข้าทำสัญญาโดยตรง) เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทและคู่ค้า (กรณีที่ท่านกระทำการแทนหรือในนามของคู่ค้า) ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว ขอความยินยอมโดยชัดแจ้ง
3. การดำเนินการใดๆ เพื่อติดตามทวงหนี้ กรณีที่ท่านซึ่งเป็นคู่ค้า หรือ บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งเป็นคู่ค้าของบริษัทที่ท่านกระทำการแทนหรือ กระทำการในนามหรือเป็นลูกจ้าง ผิดนัดไม่ส่งมอบสินค้าหรือบริการ
ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป เพื่อการปฏิบัติตามข้อตกลง (กรณีที่ท่านเข้าทำสัญญาโดยตรง) เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท (กรณีที่ท่านกระทำการแทนหรือในนามของคู่ค้า)
4. การจัดการเกี่ยวกับองค์กรและดำเนินธุรกิจของบริษัท เช่น การตรวจสอบ และพัฒนาการให้บริการ การค้นหาคู่ค้ารายใหม่ให้กับบริษัทหรือบริษัท ในเครือในกลุ่ม การจัดการด้านระบบและฐานข้อมูล การขออนุญาต ประกอบธุรกิจกับหน่วยงานรัฐ การสอบบัญชี การตรวจสอบภายใน การขอคำปรึกษาจากที่ปรึกษาทางธุรกิจ การซื้อขายกิจการ การควบรวม กิจการ การปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์กร
ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายที่ใช้บังคับกับบริษัท
5. การปฏิบัติตามกฎหมายที่ใช้บังคับกับบริษัท เช่น การจัดเก็บและเปิดเผย ข้อมูลทางบัญชีให้แก่ผู้ตรวจสอบบัญชี และหน่วยงานของรัฐตามกฎหมาย และคำสั่งของผู้มีอำนาจ
ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายที่ใช้บังคับกับบริษัท
6. การเก็บข้อมูลการติดต่อสื่อสารของท่านต่อไปบนฐานข้อมูลบริษัท เพื่อการติดต่อทางธุรกิจในอนาคต รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลของท่าน ให้แก่ บริษัทในเครือเพื่อการติดต่อและสานสัมพันธ์เพื่อสร้างโอกาส ทางธุรกิจในอนาคต
ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท
7. การรักษาความปลอดภัยภายในบริเวณบริษัท เช่น การสอดส่องดูแล บริเวณภายในบริษัทด้วยกล้องโทรทัศน์วงจรปิด เป็นต้น
ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท
8. การประชาสัมพันธ์นโยบายและกิจกรรมต่างๆของบริษัท เช่น การนำ ภาพถ่ายหรือวิดีโอของผู้มาร่วมการจัดฝึกอบรมสัมมนา การบรรยาย และอบรม ลงหน้าเฟซบุ๊กหรือเว็บไซด์ของบริษัท เป็นต้น
ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป ขอความยินยอมโดยชัดแจ้ง เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท
9. การปกป้องสิทธิโดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท หรือโต้แย้ง ข้อกล่าวหาที่มีผลต่อบริษัท เช่น การดำเนินคดีตามกฎหมาย การริเริ่มคดี การต่อสู้คดี การระงับข้อพิพาทนอกศาล และการ ดำเนินการอื่นๆ เพื่อปกป้องสิทธิโดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท หรือโต้แย้งข้อกล่าวหาที่มีต่อบริษัทตามที่มีกฎหมายอนุญาต
ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป • เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย

ผลกระทบจากการไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อติดต่อสื่อสารในการเข้าทำสัญญาหรือดำเนินการต่าง ๆ ให้เป็นไปตามสัญญาที่มีกับท่านหรือบุคคลหรือนิติบุคคลที่ท่านกระทำการแทนหรือกระทำการในนามหรือเป็นลูกจ้าง รวมถึงเพื่อปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งในกรณีที่ท่านไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บริษัท ท่านหรือบุคคลหรือนิติบุคคลที่ท่านกระทำการแทนหรือกระทำการในนามหรือเป็นลูกจ้างอาจไม่ได้รับความสะดวกใน การติดต่อสื่อสารเพื่อทำสัญญาหรือปฏิบัติตามสัญญาได้ ในบางกรณีอาจส่งผลให้บริษัทไม่สามารถเข้าผูกพันหรือปฏิบัติตามสัญญากับท่านหรือบุคคลหรือนิติบุคคลที่ท่านกระทำการแทนหรือกระทำการในนามหรือเป็นลูกจ้างได้ นอกจากนี้อาจทำให้ท่านหรือบุคคลหรือนิติบุคคลที่ท่านกระทำการแทนหรือกระทำการในนามหรือเป็นลูกจ้างอยู่ในฐานะที่ไม่สามารถปฏิบัติตามกฎหมายที่ใช้บังคับได้ในบางกรณี

การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล และการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลทั้งในประเทศและต่างประเทศ

เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่ระบุไว้ในประกาศฉบับนี้ ในบางกรณี บริษัทอาจมีความจำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูล ส่วนบุคคลของท่านแก่บุคคลหรือองค์กรใด ๆ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงบุคคลหรือองค์กรดังต่อไปนี้

  1. บุคคลหรือหน่วยงานต่างๆ ภายในบริษัทฯ ทั้งนี้ ให้หมายความรวมถึงผู้บริหาร หัวหน้างาน พนักงาน ลูกจ้าง และ/หรือบุคลากรภายใน ของบริษัทดังกล่าวเท่าที่เกี่ยวข้อง และตามความจำเป็นเพื่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
  2. ผู้ให้บริการและตัวแทนที่บริษัทว่าจ้าง เช่น ผู้สอบบัญชี ที่ปรึกษากฎหมาย ที่ปรึกษาทางธุรกิจ หรือที่ปรึกษาที่มีความเชี่ยวชาญอื่น ภายนอกบริษัท ลูกค้าหรือคู่ค้าอื่นของบริษัท เป็นต้น
  3. บริษัทอื่นๆ ที่อยู่ในกลุ่มในเครือ คู่ค้าทางธุรกิจ และผู้ให้บริการภายนอกและตัวแทนที่บริษัทดังกล่าวว่าจ้าง
  4. หน่วยงานของรัฐ เช่น กรมสรรพากร สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน เป็นต้น
  5. ธนาคารพาณิชย์ ธนาคารแห่งประเทศไทย
  6. พนักงานตำรวจ ศาล อนุญาโตตุลาการ ทนายความ บุคคลหรือหน่วยงานใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการพิจารณาคดีและการระงับข้อพิพาท
  7. บุคคลที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายกิจการ การควบรวมกิจการ การปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์กร

ในบางกรณี บริษัทมีความจำเป็นต้องส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศให้แก่บริษัทในกลุ่มในเครืออื่นใดที่อยู่ต่างประเทศ เพื่อวัตถุประสงค์ที่ระบุข้างต้นด้วย โดยบริษัทจะตรวจสอบให้มั่นใจว่าประเทศปลายทางมีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอและเป็นไปตามกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ขณะนั้นกำหนด หากบริษัทจำเป็นต้องส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังประเทศที่มีมาตรฐานคุ้มครองส่วนบุคคลที่ยัง ไม่ได้รับการรองรับตามกฎหมายหรือกรณียังไม่มีกฎหมายกำหนดรับรองเรื่องมาตรฐานดังกล่าว บริษัทจะปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดไว้ เพื่อให้การส่งหรือโอนดังกล่าวเป็นไปโดยชอบ ซึ่งอาจรวมถึงการขอความยินยอมจากท่านในกรณีที่จำเป็น หรือการจัดการให้มีมาตรการต่างๆ ที่เหมาะสม เพื่อให้ท่านยังคงสามารถบังคับตามสิทธิของท่านได้ รวมทั้งจัดให้มีมาตรการเยียวยาทางกฎหมายที่มีประสิทธิภาพตามที่กฎหมายกำหนด

ระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทฯ จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี นับแต่วันที่นิติสัมพันธ์ระหว่างท่านหรือบุคคลที่ท่านกระทำการแทนกับ บริษัทสิ้นสุดลง ในกรณีที่บริษัทเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านแต่ไม่ได้เข้าผูกนิติสัมพันธ์กับท่านหรือบุคคลที่ท่านกระทำการแทน บริษัท จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นระยะเวลาไม่เกิน 2 ปี

ทั้งนี้ ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวทั้งหมดหรือบางส่วนอาจถูกเก็บรักษาเกินกว่าระยะเวลาที่ระบุไว้ข้างต้นสำหรับการนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์เพื่อ การปฏิบัติตามกฎหมายที่ใช้บังคับ และการปกป้องสิทธิโดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท หรือโต้แย้งข้อกล่าวหาที่มีต่อบริษัท โดยในกรณีดังกล่าว ข้อมูลส่วนบุคคลจะถูกเก็บรักษาตลอดระยะเวลาที่มีความจำเป็นต่อการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ดังกล่าว และหรือภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด

สิทธิของท่านในการดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล

ท่านมีสิทธิตามกฎหมายในการดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทเก็บรวบรวมไว้ ดังนี้

  • สิทธิเพิกถอนความยินยอม ท่านมีสิทธิเพิกถอนความยินยอมให้เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมไว้ทั้งหมดหรือบางส่วนได้ตลอดระยะเวลาที่บริษัทเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลนั้นไว้ โดยการเพิกถอนความยินยอมจะไม่ส่งผลกระทบต่อความถูกต้องสมบูรณ์ของการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้กระทำก่อนที่จะมีการเพิกถอนความยินยอมนั้น
  • สิทธิขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิในการขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลและขอให้บริษัททำสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ รวมถึงขอให้บริษัทเปิดเผยการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านไม่ได้ให้ความยินยอมต่อบริษัทให้แก่ท่านได้
  • สิทธิร้องขอให้โอนหรือส่งข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลอื่นหรือตัวท่านเองได้ภายใต้เงื่อนไขของกฎหมาย
  • สิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทได้ภายใต้เงื่อนไขของกฎหมาย
  • สิทธิร้องขอให้ลบข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลกลายเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคล ได้ตามเงื่อนไขของกฎหมาย
  • สิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลได้ตามเงื่อนไขของกฎหมาย
  • สิทธิในการขอให้แก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง ท่านมีสิทธิในการขอให้บริษัทแก้ไขข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง หรือเพิ่มเติมข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์ได้
  • สิทธิในการร้องเรียน ท่านมีสิทธิในการร้องเรียนต่อคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ในกรณีที่บริษัทหรือพนักงานหรือผู้รับจ้าง ของบริษัท ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ทั้งนี้ ท่านสามารถแจ้งการใช้สิทธิดังกล่าวแก่บริษัทได้ โดยแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรตามข้อมูลการติดต่อของบริษัทซึ่งอยู่ด้านล่างนี้ ในกรณีที่บริษัท ไม่อาจทำตามคำขอของท่านได้ บริษัทจะอธิบายเหตุผลของการปฏิเสธไปพร้อมกับคำตอบสนองดังกล่าว

แบบฟอร์มส่งคำร้อง คลิกที่นี่ ท่านสามารถส่งคำร้องพร้อมกับเอกสารเพิ่มเติมมาที่ บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เลขที่ 10 ถนนกรุงเทพกรีฑา แขวงทับช้าง เขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร รหัสไปรษณีย์ 10250

Email : info@jorakay.com

การเปลี่ยนแปลงความเป็นส่วนตัว

บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไขปรับปรุงประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ตามสมควร โดยประกาศฉบับนี้ได้รับการแก้ไขปรับปรุงครั้งล่าสุด ในวันที่ 30 มีนาคม 2566

ข้อมูลและช่องทางการติดต่อของบริษัท

บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด
เลขที่ 10 ถนนกรุงเทพกรีฑา แขวงทับช้าง เขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร รหัสไปรษณีย์ 10250
โทรศัพท์ 02-7201000 Email : info@jorakay.com
( เวลาทำการ จันทร์-ศุกร์ 08.00 – 17.00 น. )

เพื่อเป็นการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกฎหมายฉบับแก้ไขเพิ่มเติมใดๆ ในอนาคต (“กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล”) บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (“บริษัท”) จึงจัดทำประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ (“ประกาศ”) เพื่ออธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โดยประกาศฉบับนี้จะครอบคลุมถึงท่านซึ่งเป็น คู่ค้าของบริษัทและผู้ที่เกี่ยวข้องกับคู่ค้าของบริษัท รวมถึงกรรมการ ผู้ถือหุ้น พนักงาน ตัวแทนหรือบุคคลอื่นใดที่กระทำการแทนหรือในนามคู่ค้าของบริษัท

นิยาม

“ข้อมูลส่วนบุคคล”

หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลธรรมดาซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ

“ข้อมูลส่วนบุคคลที่มี ความอ่อนไหว”

หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใดซึ่งอาจก่อให้เกิดการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหรือกระทบ ต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกันตามที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด

“ฐานทางกฎหมาย”

หมายถึง เหตุที่กฎหมายรองรับให้สามารถเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลได้ ทั้งนี้ ภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคล

“ผู้เข้ามาติดต่อบริษัท”

หมายถึง บุคคลที่เดินทางเข้ามาติดต่อกับบริษัทหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับบริษัทในสถานที่ทำการของบริษัท ไม่ว่าเพื่อกิจธุระใดๆ เช่น พนักงานรับส่งเอกสาร ผู้ให้บริการหรือผู้รับจ้างของบริษัท ผู้ที่มาร่วมกิจกรรมที่บริษัทจัดขึ้น เป็นต้น

ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวม

บริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามที่ระบุในประกาศฉบับนี้ทั้งหมดหรือบางส่วน ทั้งนี้ ตามความจำเป็นเพื่อการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ต่างๆ ของบริษัทที่แจ้งในประกาศฉบับนี้